Wednesday, August 19, 2009

แปลใบเกิด+ประทับตรากงสุล (2)

>>ต่อจาก แปลใบเกิด+ประทับตรากงสุล (1)
พอไปถึง กดบัตรคิวเรียบร้อย ก็รอคิวเลย
คิวจะมี3แบบให้กดนะ
1.ติดต่อขอรับรองเอกสารแบบธรรมดา(รู้สึกว่าจะใช้เวลาประมาณ3วันทำการค่อยมารับ) ราคาแผ่นละ 400
2. ขอแบบด่วนพิเศษ(ได้วันนั้นเลย) เอกสารแผ่นละ 800 << เราเลือกแบบนี้ เพราะตอนนั้นคิดว่าไม่ทันแล้ว ปาไป1600 -*-
3. ติดต่อรับเอกสารที่ขอไว้ (เอาบิลที่จ่ายเงินแล้วมารับ) กด บัตรคิวเสร็จแล้วก็อย่าลืมกรอกใบคำร้องด้วย (จะมีแจกให้ตรงที่กดบัตร หรือถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นก็ได้) กรอกไม่ยาก สองสามบรรทัดก็เสร็จ 

พอเค้าเรียกตัว แล้วยื่นเอกสารให้เค้าดู เค้าก็บอกว่า "น้องคะ เอกสารน้องมันแปลไม่ถูกต้องนะคะ...
เนี่ย ชื่อตำแหน่งอะไรก็ไม่มี จะมาเขียน mister เฉยๆไม่ได้นะคะ เค้ามีตำแหน่งต้องแปลตำแหน่งให้ตรงด้วย แล้วก็ ตรงนี้ๆๆ....(ฯลฯอีกมากมาย)" เราก็....ช๊อค เพราะเราว่าเราก็จ่ายเงินให้ไอบริษัทนั้นมันแปลไปแล้วนี่หว่า ทำไมมันไม่ถูกต้องวะ แล้วมันจะมีลายซงลายเซ็น+ประทับตราบริษัทมาทำเผือกอะไร? พอพี่เค้าเห็นเราเริ่มซีด เค้าก็บอกว่า "น้องคะ ห้องข้างๆมี computer กับ เครื่องพิมพ์ดีดอยู่ น้องเค้าไปแก้เอกสารได้นะคะ เสร็จแล้วกลับมาหาพี่ใหม่ ไม่ต้องกดบัตรคิวค่ะ :)"

เราก็รีบขอบคุณพี่เค้า แล้วก็เข้าไปหัดใช้เครื่องพิมพ์ดีดเป็นครั้งแรกในชีวิต -*- พร้อมกับโทรถามน้องสาวให้มันเปิดหาคำแปล พวก"จ่าสิบตำรวจ" และเจ้าหน้าที่อื่นๆให้เพราะในห้องนั้นไม่มี internet (และในปี 2009 smartphone ยังเป็นของเล่นไฮโซที่คนธรรมดาอย่างเราไม่มีปัญญาซื้อ) กว่าจะแก้เอกสารเสร็จก็มีรอยลบลิขวิดมากมาย แล้วก็ไปยื่นให้พี่เค้าใหม่ แล้วก็รอรับวันนั้นเลย การขอประทับตราก็จบลงด้วยความทุลักทุเลพอสมควร

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

1. ถ้าจะแปลเอกสาร ไม่จำเป็นต้องไปจ้างบริษัทแปลให้ เพราะนอกจากจะแพงแล้ว อาจจะมีการแปลมั่วหรือแปลลวกๆเกิดขึ้น ทำให้ต้องเสียตังฟรี+เสียแรงแปลเองอยู่ดี แล้วการแปลก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น เพราะมันจะมีแต่ชื่อ ที่เราแปลเองได้ แล้วก็หาพวกชื่อตำแหน่งต่างๆใน Google หรือ เวป กงสุลก็ได้ พอแปลเสร็จ ก็เซ็นต์ชื่อผู้แปล(ถ้าแปลเองก็เซนต์เอง แต่จริงๆจะให้ใครเซนต์ก็เหมือนกัน แค่มีคนเซนต์เป็นพอ)แล้วก็ print แค่นี้เอง
2. ใช้แบบฟอร์มที่ทางเว็ปกงสุลมีให้ แถมยังมีตัวอย่างให้ดูอีกด้วย(คำร้อง + ตัวอย่างใบแปล) จะช่วยให้เราแปลไ้ดสะดวกขึ้น มาก มาก มากกกก ที่เราต้องทำก็แค่ แปลและใส่ชื่อ ตัวเอง และคนที่เกียวข้อง เช่น พ่อ แม่ ให้ ตรงกับชื่อใน passport (อันนี้สำคัญมากๆ) แล้วก็แปลชื่อคนอื่นให้อ่านออกก็พอ(จะแปลแบบไหนก็ได้ เค้าไม่ซีเรียส ขอแค่ให้อ่านได้ประมานนั้นก็พอ เพราะ เจ้าหน้าที่เค้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงๆแล้วคนในใบเกิดเรา เค้าสะกดชื่อเป็นภาษาอังกฤษยังไง)
3. เตรียมเอกสารสำรอง(ซัก2ชุด)+อุปกรณ์เครื่องเขียนไปเผื่อเกิดกรณีผิดพลาด จะได้แก้ไขได้ทัน
4. หาหนังสือหรือเกม PSP หรือ DS ไปก็ดี เพราะอาจจะต้องรอคิวยาวเป็นชั่วโมง (ของเราประมานเกือบ ชั่วโมง)
5. เตรียมตัวไปให้ดีที่สุด อ่านข้อมูลใน web ให้ละเอียด จะได้ไม่พลาดง่ายๆ

นี่คือ เว็ปไซด์ ของกรมการกงสุลเรื่องแปลเอกสารนะ

1 comment:

  1. ขอบคุณค่ะ. คิดจะแปลเองอยู่เหมือนกันแต่ไม่มันใจว่าตัวเองจะเซ็นรับรองเองได้ไหม.

    ReplyDelete